หอศิลปฯ กรุงเทพมหานคร พื้นที่ศิลปะคนไทยเฝ้ารอ
อีกไม่นานเกินรอ คนไทยก็จะได้ชื่นชม หอศิลป์แห่งใหม่กันแล้ว
ก็ “หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” นั่นละ จะที่ไหนเสียอีกเล่า
ใครไปช้อปปิ้งที่สยามสแควร์ หรือมาบุญครองบ่อยๆ สังเกตให้ดี จะเห็นว่าตรงบริเวณสี่แยกปทุมวัน (ฝั่งสะพานหัวช้าง) กำลังมีการก่อสร้าง
นั่นคือ “หอศิลปะวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” นั้นริเริ่มขึ้น เมื่อปี 2359 โดย ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ซึ่งเป็นทีมที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ สมัย ดร.พิจิตต รัตตกุล เป็นผู้นำเสนอโครงการนี้ขึ้นมา และได้ระบุชัดว่าให้บริเวณสี่แยกปทุมวัน อันเป็นทำเลที่รวมไว้ซึ่งหลายๆ อย่าง เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย ศูนย์การค้า และที่ขาดไม่ได้คือคนหนุ่มสาวให้เป็นพื้นที่ก่อสร้างหอศิลปแห่งนี้
ดูเหมือนทุกคนจะเห็นดีด้วยกับการก่อเกิดหอศิลปะในฝันและเตรียมต้อนรับหอศิลป์แห่งใหม่ แต่แล้วพอเปลี่ยนมือคณะบริหารผู้ว่าคนใหม่ สมัคร สุนทรเวช ก็เกิดความคิดเปลี่ยนบริเวณสี่แยกปทุมวัน (เดิมเป็นส่วนหย่อม) ยังคงถูกปล่อยไว้เช่นนั้น ไม่มีอะไรคืบหน้า ทำให้เราเห็นรางๆ ว่า ไอเดียนี้จะกลายเป็นเพรยงฝันที่ลอยค้างเติ่งจริงๆ
ผ่านไป 8 ปี (2547) โครงการก่อสร้างหอศิลป์จึงได้รับการปัดฝุ่นอีกครั้ง โดยมีคณะบริหารของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้จัดสรรงบประมาณ (509,000,000 บาท) เพื่อดำเนินการลงนามสัญญาก่อสร้างแบบสายฟ้าแลบ เพื่อให้ทันกำหนดแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2550 และคาดว่าการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่มีขึ้นในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม ที่จะถึงนี้
2 ปีที่ผ่านไปไวเหมือนโกหก การก่อสร้างหอศิลป์แห่งใหม่ของคนไทยก็เป็นรูปเป็นร่าง หอศิลป์แห่งใหม่ของคนไทยก็เป็นรูปเป็นร่างให้เห็น พวกพี่ๆ คนงานก็กำลังเร่งมือกันแบบหามรุ่งหามค่ำ ณ ปัจจุบันการก่อสร้างน่าจะเกินกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ใครอยากไปตรวจความคืบหน้าก็ลองแวะไปดูได้ที่ทางเดินเชื่อมระหว่าง 2 ห้าง ก็จะเห็นว่าตัวโครงสร้างของหอศิลปะนั้นเริ่มออกมาสวัสดีคนที่ผ่านไปผ่านมากันแล้ว
เวลาที่เราไปเดินดูผลงานศิลปะในแกลเลอรีต่างๆ มักเห็นอะไรขัดหูขัดตา ไม่ว่าเรื่องสเปซที่เล็กจนหายใจไม่ออก บางทีก็ใหญ่ดีแต่ใช้พื้นที่ไม่คุ้ม ขณะที่บางแห่งก็ไม่เหมาะกับการเปิดเป็นแกลเลอรีเลย แต่เอาเถอะในเมื่อเจตนารมณ์แน่วแน่ ก็ไม่ว่ากันและพร้อมจะสนับสนุน
สำหรับหอศิลป์แห่งนี้ ถ้าเสร็จสมบูรณ์เราก็หวังว่าจะไม่ทำให้เราผิดหวังเช่นกัน เพราะดูจากแปลนที่วางไว้
เพอร์เฟกมากๆ เป็นอาคาร 11 ชั้น ตั้งอยู่บนที่ดิน 3 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอยรวม 25,328 ตารางเมตร ซึ้งภายในนั้นจะประกอบด้วย ส่วนจัดแสดงนิทรรศการประเภทสื่อต่างๆ ส่วนปฏิบัติการศิลปะประติมากรรม และอื่นๆ ส่วนที่ใช้เตรียมนิทรรศการ และส่วนที่เก็บรักษาผลงานศิลปะ นอกจากนั้นหอศิลป์ยังมี ห้องประทับรับรองและห้องผู้ติดตาม ห้องสมุดประชาชน ห้องอเนกประสงค์ (300 ที่นั่ง) รวมถึงห้องแสดงละครและโรงภาพยนตร์ (222 ที่นั่ง) ซึ่งน่าจะช่วยดึงดูดให้บรรดาเล็กๆ ตบเท้าเข้ามาหอศิลป์ได้ไม่น้อยและที่ต้องมีเพื่อเป็นสีสันและดูดเงินในกระเป๋านักท่องเที่ยวต่างชาติ นั่นคือร้านค้าที่เน้นขายผลงานศิลปะ
“กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรืองในทุกๆ ด้าน แต่ด้านที่สำคัญที่จะสะท้อนจิตวิญญาณและเอกลักษณ์ของคนในชาติ คือศิลปวัฒนธรรม “หอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” จะเป็นแหล่งเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมแก่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ศาสนา อย่างไร้พรหมแดนเพื่อสร้างสรรค์กรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งศิลปวัฒนธรรมต่อไป” เป็นคำพูดของผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ให้ไว้ในวันเดินตรวจงานก่อสร้าง
เราเองก็หวังเช่นนั้น “หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” คงจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ได้สมดั่งเฝ้ารอคอย ขณะเดียวกันในเอมีหอศิลปะแล้วคนไทยคงไม่ลืมทำหน้าที่เป็นผู้มีหัวใจรักศิลปะที่ดีด้วยเหมือนหลายๆ ชนชาติ
ปฏิบัติ จนเป็นวัฒนธรรมเคยชิน
ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ TODAY
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment